วิลเลี่ยนรอเข้าก๊วน?ย้อนดู 3 แข้งลา เชลซี ซบ ลิเวอร์พูล ทันที

  นอกจากประเด็นเรื่องที่ว่าจะกลับมาเตะกันให้จบฤดูกาลได้หรือไม่นั้น อีกหนึ่งประเด็นของวงการฟุตบอลอังกฤษที่หลายคนสนใจในช่วงไม่กี่วันที่ผ่านมาคือกรณีที่ สปอร์ต สื่อกีฬาของแคว้นกาตาลุนย่าเล่นข่าวว่า ลิเวอร์พูล กำลังเจรจาเพื่อคว้าตัว วิลเลี่ยน ปีกชาวบราซิเลียนของ เชลซี ไปร่วมทีมอยู่

0
300

วิลเลี่ยนรอเข้าก๊วน?ย้อนดู 3 แข้งลา เชลซี ซบ ลิเวอร์พูล ทันที

  นอกจากประเด็นเรื่องที่ว่าจะกลับมาเตะกันให้จบฤดูกาลได้หรือไม่นั้น อีกหนึ่งประเด็นของวงการฟุตบอลอังกฤษที่หลายคนสนใจในช่วงไม่กี่วันที่ผ่านมาคือกรณีที่ สปอร์ต สื่อกีฬาของแคว้นกาตาลุนย่าเล่นข่าวว่า ลิเวอร์พูล กำลังเจรจาเพื่อคว้าตัว วิลเลี่ยน ปีกชาวบราซิเลียนของ เชลซี ไปร่วมทีมอยู่

วิลเลียน

สาเหตุที่ สปอร์ต นำเสนอเรื่องนี้ทั้งที่มันเป็นข่าวเกี่ยวกับวงการฟุตบอลอังกฤษก็เพราะว่าที่จริงแล้วตลอดช่วงหลายเดือนที่ผ่านมา บาร์เซโลน่า ตกเป็นข่าวกับ วิลเลี่ยน อย่างหนักเช่นกัน และแข้งเลือดแซมบ้าก็ส่อแววที่จะต้องบอกลาถิ่น สแตมฟอร์ด บริดจ์ หลังจบฤดูกาลนี้ (ไม่ว่าจะกลับมาเตะกันได้เมื่อไหร่ หรือจะกลับมาเตะกันได้หรือไม่) เพราะเขายังไม่สามารถหาข้อตกลงเรื่องสัญญาฉบับใหม่กับ เชลซี ได้ ทั้งที่สัญญาฉบับปัจจุบันจะหมดลงในวันที่ 30 มิถุนายนนี้แล้ว

ทั้งนี้ ที่ผ่านมามีนักเตะหลายคนที่เคยผ่านประสบการณ์กับ เชลซี ก่อนจะไปเล่นที่อื่นแล้วค่อยมาซบ ลิเวอร์พูล อย่างเช่น โมฮาเหม็ด ซาลาห์ (เชลซี–>โรม่า–>ลิเวอร์พูล), เกล็น จอห์นสัน (เชลซี–>พอร์ทส์มัธ–>ลิเวอร์พูล) และ เบาเดอไวจ์น เซนเด้น (เชลซี–>มิดเดิ้ลสโบรห์–>ลิเวอร์พูล) เป็นต้น แต่ขณะเดียวกันมันก็เคยมีคนที่ย้ายจาก เชลซี มาอยู่กับ ลิเวอร์พูล ทันทีเหมือนกัน อย่างเช่น 3 คนต่อไปนี้

  สมัยที่เขายังอายุน้อยนั้น โคล ถือเป็นหนึ่งในดาวรุ่งที่ได้รับการจับตามองอย่างมากของวงการฟุตบอลอังกฤษ เขาโชว์ลีลาและเทคนิคที่น่าประทับใจได้ตอนอยู่กับ เวสต์แฮม ยูไนเต็ด ก่อนที่ เชลซี จะดึงเขาไปร่วมทีมในปี 2010

โคล ถือว่าเป็นแข้งคนสำคัญคนหนึ่งตอนอยู่กับยอดทีมแห่งถิ่น สแตมฟอร์ด บริดจ์ รวมถึงประสบความสำเร็จร่วมกับทีมอย่างมาก อย่างเช่นการได้แชมป์ลีก 3 สมัย และแชมป์ เอฟเอ คัพ 2 หน อย่างไรก็ตาม สุดท้ายเขาก็ต้องหันหลังให้กับ เชลซี หลังจากหมดสัญญากับทีมในช่วงซัมเมอร์ ปี 2010

ลิเวอร์พูล ไม่ปล่อยโอกาสนี้หลุดลอยไป พวกเขาดึง โคล มาร่วมทัพแบบไร้ค่าตัวในอีกไม่กี่วันต่อจากนั้นทันที ส่งผลให้เขาเป็นการเสริมทัพรายแรกของ รอย ฮ็อดจ์สัน ในฐานะผู้จัดการทีม ลิเวอร์พูล อย่างไรก็ตาม เขากลับไม่สามารถโชว์ฟอร์มเก่งกับทีมได้ จนเคยโดนปล่อยให้ ลีลล์ ยืมตัวไปใช้งานในฤดูกาล 2011-12 แล้วก็ต้องบอกลาถิ่น แอนฟิลด์ แบบถาวร เพื่อกลับไปอยู่กับ เวสต์แฮม ในช่วงเดือนมกราคม ปี 2013

 – แดเนี่ยล สเตอร์ริดจ์ (เชลซี 2009-13, ลิเวอร์พูล 2013-19)

สเตอร์ริดจ์ โดนจับตามองตั้งแต่ตอนอยู่กับอะคาเดมี่ของ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ แล้ว และตอนที่ เชลซี คว้าตัวเขาไปร่วมทีมนั้น แฟนบอล “สิงโตน้ำเงินคราม” บางส่วนก็ตั้งความคาดหวังเอาไว้ว่า สเตอร์ริดจ์ จะก้าวขึ้นมาเป็นหัวหอกคนสำคัญของทีมได้

ทั้งนี้ ในช่วงครึ่งหลังของฤดูกาล 2010-11 สเตอร์ริดจ์ โดนปล่อยไปเล่นแบบยืมตัวกับ โบลตัน วันเดอเรอร์ส และเขาก็ทำผลงานได้โดดเด่นด้วยการทำไป 8 ประตู จากการลงเล่นในลีก 12 นัด ส่งผลให้พอถึงซีซั่นต่อมา เชลซี ให้โอกาสเขาได้ลงเล่นในลีกมากถึง 30 เกม และเจ้าตัวก็ทำได้ 11 ประตู อย่างไรก็ตาม เขาก็โดนขายให้กับ ลิเวอร์พูล ด้วยค่าตัวราว 12 ล้านปอนด์ ในช่วงเดือนมกราคม ปี 2013

ในสีเสื้อของ ลิเวอร์พูล สเตอร์ริดจ์ โชว์ผลงานได้สุดยอดอย่างมาก โดยทั้งที่เพิ่งย้ายมาอยู่กับทีมในครึ่งหลังของฤดูกาล 2012-13 เขาก็สามารถทำประตูในลีกได้ถึง 10 ลูก จากการลงเล่น 14 นัด และพอถึงซีซั่น 2013-14 เขาก็ทำประตูในลีกได้ถึง 21 ลูก จากการลงเล่น 29 เกม จนเป็นรองดาวซัลโวสูงสุดของ พรีเมียร์ลีก ในซีซั่นนั้น แพ้เพียง หลุยส์ ซัวเรซ กองหน้าเพื่อนร่วมทีมที่ทำไป 31 ประตู เพียงคนเดียวเท่านั้น น่าเศร้าที่สุดท้ายแล้วในฤดูกาลนั้น ลิเวอร์พูล ต้องชวดแชมป์ลีกไป

สเตอร์ริดจ์ ได้รับการกำหนดให้เป็นหัวหอกเบอร์ 1 ของทีมสำหรับการสู้ศึกฤดูกาล 2014-15 หลังจากที่ ซัวเรซ ย้ายไปอยู่กับ บาร์เซโลน่า แต่โชคชะตาช่างเล่นตลก เขาได้รับบาดเจ็บอย่างต่อเนื่องจนทำให้ตลอดทั้งฤดูกาลนั้นได้ลงเล่นในลีกไปเพียง 12 นัด และหลังจากนั้นบทบาทของเขากับ ลิเวอร์พูล ก็ไม่ได้สำคัญเหมือนเก่า จนสุดท้ายต้องบอกลาทีมในปี 2019

 – ไนเจล สแป็คแมน (เชลซี 1983-87, ลิเวอร์พูล 1987-89)

สแป็คแมน ย้ายจาก บอร์นมัธ มาอยู่กับ เชลซี ในปี 1983 และเขาก็อยู่ในทีมชุดที่เป็นแชมป์ ดิวิชั่น 2 ในฤดูกาล 1983-84 พร้อมกับเลื่อนชั้นขึ้นมาเล่นในลีกสูงสุดร่วมกับทีม และยังช่วยให้ เชลซี เป็นที่ 6 ของลีกสูงสุดได้ในฤดูกาล 1984-85 กับ 1985-86 ด้วย

อย่างไรก็ตาม เขาเป็นหนึ่งในนักเตะของ เชลซี ที่มีปัญหากับ จอห์น ฮอลลินส์ ผู้จัดการทีม เชลซี ในตอนนั้น จนสุดท้ายก็ย้ายไปอยู่กับ ลิเวอร์พูล ในช่วงเดือนกุมภาพันธ์ ปี 1987 ด้วยค่าตัว 400,000 ปอนด์ ซึ่งถือว่าสูงระดับหนึ่งในสมัยนั้น

ในช่วงครึ่งหลังของฤดูกาล 1986-87 สแป็คแมน ได้ลงเล่นเกม ลีก คัพ นัดชิงชนะเลิศกับ อาร์เซน่อล ด้วย ก่อนที่ “หงส์แดง” จะแพ้ไป 1-2 อย่างไรก็ตาม ในซีซั่นต่อมาเขากฅ็ลบล้างความผิดหวังนั้นได้ด้วยการได้แชมป์ลีกสูงสุดร่วมกับ ลิเวอร์พูล โดยหลังจากนั้นเขาก็ไม่ได้เป็นตัวหลักของทีมมากเท่าไหร่ ก่อนที่จะแยกทางกับทีมแล้วไปอยู่กับ ควีนส์ปาร์ค เรนเจอร์ส ในเดือนกุมภาพันธ์ ปี 1989

อย่างไรก็ตาม ซีซั่นเดียวที่ สเตอร์ริดจ์ ได้ลงเล่นในลีกกับ เชลซี อย่างต่อเนื่องคือฤดูกาล 2011-12 โดยซีซั่นนั้นเขาได้ลงเล่นในลีกไป 30 นัด พร้อมกับทำได้ 11 ประตู โดยที่จริงแล้วในซีซั่น 2010-11 เขาเคยทำผลงานได้โดดเด่นกับ โบลตัน วันเดอเรอร์ส ตอนย้ายไปเล่นด้วยสัญญายืมตัวในช่วงครึ่งหลังของฤดูกาล ด้วยการทำไป 8 ประตู จากการลงเล่นในลีก 12 นัด

ติดตามผลงานได้ที่เพจ อาชาพาวินv1

ลิงค์ https://www.facebook.com/archapawin

สนใจสมัครสมาชิกได้ที่
Line id : https://bit.ly/2Kuc / @archa898

Leave A Reply

Please enter your comment!
Please enter your name here